ใต้ร่มผ้ายืด: มีอะไรในผ้ายืดบ้าง? March 7, 2017 – Posted in: Fashion Stories

Share: Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterEmail this to someone

ใต้ร่มผ้ายืด: มีอะไรในผ้ายืดบ้าง?

“ผ้ายืด” คือองค์ประกอบหลักในตู้เสื้อผ้าของหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเสื้อยืดที่ทุกคนต้องมี กางเกง jogger ใส่เที่ยว หรือกางเกงบอลตัวโปรด

แล้วผ้ายืดมันทำมาจากอะไรบ้างล่ะ?

 

1. ฝ้าย (cotton)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: เสื้อยืดทั่วไป

ตัวเอกของเราและส่วนประกอบหลัก ๆ ของผ้ายืดส่วนใหญ่ (แม่ค้าตามตลาดบางคนจะชอบบอกว่าเสื้อยืดเป็น ‘ผ้าค็อตต้อนร้อย’ เพื่อสื่อว่าเสื้อเป็นฝ้าย 100% นี่แหละ)

ฝ้ายเป็นเส้นใยธรรมชาติจากดอกฝ้ายที่ถูกแปรรูปเป็นเส้นใยก่อนจะป้อนเข้าเครื่องทอ มีส่วนช่วยในการทำให้ผ้ามีคุณสมบัติหายใจได้ดีและนุ่มสบาย แต่ก็มีข้อเสียที่ไม่สามารถกักเก็บสีที่ย้อมได้ดีเท่าที่ควร และอาจเกิดการสีตกยามซักได้

นอกเหนือไปจากนี้ ในตลาดผ้าเองยังมีการแบ่งเกรดของฝ้ายตามความยาวของเส้นใยและวิธีการทอ เนื่องจากเส้นใยที่ยาวขึ้นก็จะมีผลต่อความทนทานของเนื้อผ้าที่มากขึ้นด้วย

 

2. โพลีเอสเตอร์ (polyester)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: เสื้อบอล / กางเกงบอล

โพลีเอสเตอร์เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่มีการใช้มากที่สุด (ในขณะที่ฝ้ายเป็นเส้นใยธรรมชาติ) โดยทำมาจากปิโตรเคมี เช่น พลาสติก ที่เอามาแปรรูปปั่นออกมาเป็นเส้นใยก่อนจะทอ

ข้อดีของผ้าโพลีคือความคงทนต่อการหดย้วย สามารถแห้งได้เร็ว ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่เสื้อผ้ากีฬา อีกทั้งยังสามารถรักษาสีที่ย้อมไว้ให้สดได้นานกว่าฝ้าย แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องความนุ่มที่ไม่เทียบเท่ากับฝ้าย และไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้เอง (แต่ก็ยังสามารถนำมารีไซเคิลได้ เพียงแต่ต้องใช้สารเคมีเข้าช่วย)

จุดเด่นที่สุดของโพลีคือการที่มันสามารถนำมาพัฒนาแต่งเสริมคุณสมบัติได้ (เช่นด้วยวิธีการทางเคมีหรือด้วยโครงสร้างผ้า) ให้ตัวผ้ามีความสามารถที่มากกว่าเดิมได้ เช่นฟังก์ชั่นระบายเหงื่อเป็นต้น

 

3. ยางยืด (เรียกว่า Spandex ในอเมริกา แต่ทั่วโลกจะเรียกว่า Elastane ที่เป็นชื่อเรียกสากล)

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: กางเกงโยคะ

ตามชื่อเรียก มันก็คือตัวยืดที่เพิ่มคุณสมบัติความยืดให้กับเนื้อผ้า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชื่อเรียกว่ายางยืด แต่ elastane ก็ไม่ได้มีอยู่ในเสื้อยืดทั่วไปตลอด เนื่องจากผ้าฝ้ายและมีโพลีนั้นมีความสามารถในตัวเองตามวิธีการการทอและคุณสมบัติในตัวของมันเองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมียางยืดเสมอไป

โดยมากมักจะเป็นส่วนผสมส่วนน้อยในผ้า (ไม่เกิน 10%) และนอกจากในผ้ายืดแล้วยังมีให้เห็นได้เยอะในกางเกงยีนส์ด้วย โดยมักจะอยู่ที่ประมาณ 1-2%

 

แล้วถ้าผสมกันล่ะ?

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: เสื้อกีฬา

เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่หลากหลายมากขึ้น บางทีก็จะมีการผสมผ้าฝ้ายและโพลีเข้าด้วยกัน (พร้อมด้วยยางยืดตามแต่ความเหมาะสม) เช่น อาจจะเป็นฝ้าย 55% ต่อโพลี 45% เพื่อให้ได้ผ้าที่นุ่มเหมือนฝ้ายแต่มีความสามารถในการแห้งเร็วได้เหมือนโพลี ซึ่งคุณภาพก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของโรงงานที่ผลิต

 

Credit

  • ขอขอบคุณข้อมูลจากร้านผ้า Tee Culture และโรงงานผ้าของทีมงาน All Rise Brand
Share: Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterEmail this to someone
« Tapered Fit: ทรงกางเกงสำหรับคนต้นขาใหญ่
ตัวเลือกที่ดีกว่ากลิ่นเท้าอับชื้น: ถุงเท้าที่เหมาะกับ jogger ของคุณ »